เว็บไซต์ Bloomberg รายงานว่า Steve Jobs CEO ของ Apple ที่ก่อนหน้านี้ได้ลาพักรักษาอาการป่วย และได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้กลับเข้ามาทำงานที่ Apple ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจาก Apple โดยตรง ทั้งนี้ Steve Jobs ยังคงทำงานแบบพาร์ทไทม์ โดยใช้เวลาส่วนหนึ่งที่สำนักงานใหญ่ใน Cupertino และบ้านของเขาเอง โดยตามรายงานที่แจ้งมานี้ Jobs ได้เข้ามาทำงานที่ Apple ในวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ทาง Apple ได้ทำการแจ้งอย่างเป็นทางการในอาทิตย์นี้
"Steve jobs กลับมาทำงานที่ Apple แล้ว โดยเขาจะยังคงรับหน้าที่ CEO เหมือนเช่นเคย หลังจากที่เขาลาพักรักษาอาการป่วยไปเมื่อเดือนมกราคม ทั้งนี้ Jobs จะอยู่ที่ Apple ไม่กี่วันเท่านั้นใน 1 อาทิตย์ เพราะยังคงต้องพักรักษาตัวที่บ้านและทำงานไปด้วย พวกเราบอกไม่ถูกเลยว่าเราดีใจมากแค่ไหนที่ได้เขากลับมาทำงานกับเรา" Steve Dowling ที่รับหน้าที่โฆษกของ Apple กล่าว
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม Apple ได้แถลงการณ์ว่า Steve Jobs เกิดอาการผิดปกติซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายขาดความสมดุลย์ ส่งผลให้สุขภาพร่างกายของเขาดูยำ่แย่ลง ลำตัวลีบผอม นำ้หนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยเขาได้ส่งจดหมายบอกพนักงานใน Apple ว่า ตัวเขานั้นคงจะต้องรักษาตัวสักระยะ เนื่องจากอาการป่วยของเขานั้นมัน "ซับซ้อนมากกว่าที่เขาคิดในตอนแรก" พร้อมทั้งกล่าวอีกว่าเขาจะกลับมาในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ก็ตรงตามที่ Jobs ได้เขียนไว้ในจดหมายพอดิบพอดี
โดยข้อมูลแจ้งว่า Steve Jobs ได้เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ โดยโรงพยาบาล Methodist University Hospital ใน Memphis รัฐ Tennessee ซึ่ง James D. Eason, M.D หัวหน้าทีมและผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้กล่าวว่าการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับครั้งนี้ของ Steve Jobs ประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
น่าสังเกตว่าหลังจากการรักษาตัวครั้งนี้ Steve Jobs จะยังคงทำงานในตำแหน่ง CEO ไหวหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวซุบซิบกันในแวดวงของสื่อมวลชนในต่างประเทศว่า ด้วยอาการป่วยของเขา อาจทำให้บทบาทในการทำงานของ Steve Jobs ลดลง โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าเขาอาจจะขยับขึ้นไปนั่งแท่นประธานบริษัท อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้ ว่ามีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน